Title
body
 
Suthipong :: My Profile (273 views)

 
 

What is Suthipong doing now?

economy analist
More than 1 month ago  ·  Comment »
 
http://indexthai.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

January 21

Location

Bangkok, Thailand

Languages

Thai
Click here to remove ad!

About Me

ตลาดหุ้น สิ่งผิดปกติของโลกทุนนิยม

hi5 Games

Play hi5 Games

Suthipong hasn't played any games recently.

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins

Suthipong has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for Suthipong

Jul 1 8:14 AM
 
ขอบคุณอะไรอ่ะค่ะท่าน..งง.อิอิ
 
Jul 1 1:58 AM
 
4 อาชีพ ..ที่ทำความเสียหายให้ประเทศไทย ???

ฯลฯ

ประเด็นคือ

ประชาชนต้องแย่งนักการเมือง แย่งนายกรัฐมนตรี และแย่งสื่อมวลชน มาจาก ข้าราชการ-นักวิชาการระดับสูง และจากพ่อค้านายทุน

จะทำให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม คนส่วนใหญ่ จะอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข และมั่นคง

มีภาพ มีข้อมูล และละเอียด

ขออนุญาตที่นี่ครับ

http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/07/01/entry-1

(ไม่ links ให้ copy ไป paste ที่ browser)

@@@
 
 
Jun 22 10:08 PM
 
มีเพื่อนชวนเข้า twitter เหมือนกัน แต่ไม่ค่อยมีเวลา
เลยไม่ได้เล่นอะไรมากค่ะตอนนี้
.
ดูๆช่วงนี้ นายกน่าจะมีงานเข้าหลายทาง
การแก้ไขที่ไม่จริงจังและไม่ค่อยถูกที่ถูกทางกำลังจะส่งผลตามมา..ว่างั้นนะคะ
 
Jun 22 2:20 AM
 
อ่านหมดแล้วท่าน ทั้งทักษิณ ทั้งอภิสิทธิ

ท่านคงจำข้าพเจ้าไม่ได้ ต้องขออภัยเพราะชอบเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยเปื่อย

นางฟ้า angelน่ะท่านจำได้มั้ยคะ

ตามอ่านมาตั้งแต่ OKNATION น่ะท่าน..อิอิ
 
Jun 21 10:08 AM
 
ระวังเราจะเป็นมะเร็งทางความคิดตามทักษิณนะท่าน

ถ้ามัวแต่คิดถึงแต่ทักษิณไปซะทุกเรื่อง

ทักษิณถึงเค้ากลับมาก็ทำอะไรไม่ได้มากเหมือนแต่ก่อนแล้ว

เวลาและความคิดผู้คนมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีใครยั่งยืนได้เหมือนเดิม

หาวิธีช่วยพัฒนาชาติ เดินหน้ากันต่อไปดีกว่า

ทุกอย่างมีทางออก และแก้ไขได้นะท่านะว่ามะ
 
Jun 21 9:59 AM
 
ข่าวใหญ่ ..ยืนยัน ทักษิณเป็นมะเร็งจริง

โชคร้ายของประเทศไทย

เกิดความเบี่ยงเบนของวิชาชีพ สื่อไทย และนักวิชาการไทย

สื่อไทยและนักวิชาการไทย ทำงานรับใช้กลุ่มผลประโยชน์ ทำงานเพื่อกระเป๋าตัวเอง

ข่าวใหญ่ ..ยืนยัน ทักษิณเป็นมะเร็งจริง

จึงทำให้ไม่ทราบว่า ทักษิณเป็นอย่างไร ไม่ทราบว่าเกิดอะไรกับประเทศไทย

รู้แต่ว่าทักษิณชั่ว ..แต่ไม่รู้ว่าทักษิณโง่

ฉลาดแกมโกง ไม่เรียกว่าฉลาด ..แต่ เฉโก (เปิดพจนานุกรม)

ชั่ว + โง่ = อวิชชา

ทักษิณมี "ความบกพร่องโดยสุจริตทางจริยธรรม-คุณธรรม (ชั่ว)" จริง

เช่น ขายชาติ

ยืนยันได้ว่า ทักษิณ เป็นมะเร็งจริง

ไม่ได้เป็นมะเร็งที่เนื้อสมอง

แต่เป็นมะเร็ง ..ที่ความคิด

"เป็นมะร็งทางวิสัยทัศน์-ปรัชญา" (ทำให้ไม่ฉลาด)

ไม่ได้ทำให้ชาติเจริญ ..แต่อย่างใด
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/06/21/entry-1
(การ Link : ให้ copy url ไป paste ที่ browser)
 
Jun 15 7:18 AM
 
กู้ 8 แสนล้าน ..อะไรจะเกิดกับประเทศไทย ?
.
เรื่องแนะนำจากกองบก.OK-Nation
.
พรก.กู้ 4 แสนล้าน ผ่านมติศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว
.
พบร.กู้ 4 แสนล้าน เชื่อว่าจะผ่านสภาเช่นกัน เพราะพวกเขาต้องการเงินกันมาก

ผู้เขียนเชื่อว่า "การกู้เงิน 8 แสนล้าน" คือเรื่องที่ผิดปกติสิ่งใหม่ในระบบเศรษฐกิจไทย
.
ผู้เขียน กับ World Fund ..น่าจะเชื่อใน ..สิ่งเดียวกัน ..ตรงกัน
.
เรื่องผิดปกติ ซ้อนอยู่ในสิ่งผิดปกติ ในระบบเศรษฐกิจไทย
.
ผู้เขียนยกตัวอย่างมาให้ดูแล้ว
.
สิ่งผิดปกติในระบบเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ส่งผลให้แต่ละประเทศเป็นอย่างไร
.
???
.
กู้ 8 แสนล้าน ..อะไรจะเกิดกับประเทศไทย ?
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/06/15/entry-3
(ไม่ links ให้ copy ไป paste ที่ browser)ครับ
 
Jun 3 10:27 PM
 
ความสัมพันธ์ ข้อสังเกต (อภิสิทธ์กู้ 4+4 แสนล้านบาท)

ข้อสังเกต

1) โดยปกติ การกู้เงินมาลงทุนของนักลงทุน นอกจากพิจารณาโครงการณ์การลงทุนแล้ว สถาบันการเงินจะพิจารณาถึงฐานะทางการเงินของผู้ขอกู้ด้วย แล้วกำหนด ให้ใช้เงินของตนเอง 50 เปอร์เซนต์ และให้กู้เงิน 50 เปอร์เซนต์ แต่การกู้ของรัฐบาล ไม่เป็นไปโดยปกติ

รัฐบาลอ้างว่า ได้มีการใช้เงินงบประมาณแต่ละปีมาสมทบการลงทุน แต่รัฐก็มีหนี้สาธารณะประมาณ 3.5 ล้านล้านบาท รัฐบาลไม่ได้เน้นให้เห็นว่าจะมีการใช้หนี้สาธารณะอย่างจริงจัง หากเป็นบุคคลธรรมดา ก็ไม่มีทางจะได้รับอนุมัติเงินกู้

การกู้เงิน 4+4 แสนล้าน จึงเป็นการลงทุนเกินตัว ไม่เป็นไปตามพระราชดำรัส "เศรษฐกิจพอเพียง" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

2) การกู้เงินดังกล่าว น่าจะเกินจากที่กฎหมายกำหนดไว้

3) สภาพคล่องดังกล่าว "ไม่ได้เกิดขึ้นโดยการบริหารจัดการของประเทศไทยเอง" แต่เป็นสภาพคล่องที่ไหลเข้ามาจากความเสียหายของเงินเหรียญสหรัฐในปี 2000 เกิดจากความผิดปกติในระบบเศรษฐกิจของโลกทุนนิยม

3.1 ทำให้รัฐบาลทักษิณสามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ 12,296 ล้านเหรียญสหรัฐ ..ประมาณ 5.1 แสนล้านบาท

3.2 ทำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ ..กู้เงิน 4 + 4 แสนล้านบาท

รัฐบาลทักษิณ อาจจะโชคดี เนื่องจากอยู่ในช่วงต้นของการเกิดสภาพคล่องที่ผิดปกติ แต่สภาพคล่องของรัฐบาลอภิสิทธิ์อาจจะอยู่ในช่วงท้ายของสภาพคล่องที่ผิดปกติ โชคอาจจะไม่เหมือนรัฐบาลทักษิณได้

4) การที่รัฐบาลอภิสิทธิ์กู้เงินที่อัตราดอกเบี้ย 3 เปอร์เซนต์ จะเป็นผลดีต่อผู้กู้เงิน แต่จะเป็นผลร้ายต่อผู้ฝากเงิน ทั้งนี้เพราะช่วงกว้างระหว่างเงินฝากกับเงินกู้(Spread) ประมาณ 5 เปอร์เซนต์ หากรัฐบาลอภิสิทธิ์กู้ที่ 3 เปอร์เซนต์ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากก็จะ -2 เปอร์เซนต์ (ติดลบ 2 เปอร์เซนต์)

หากจะกู้ ต้องทำการปรับปรุงโครงสร้างดอกเบี้ยใหม่ โดยยกอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับสถาบันการเงินขึ้นมาที่ 6.5 เปอร์เซนต์ แล้วลด spread ให้เหลือ 3 เปอร์เซนต์ หรือยกระดับดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นมาที่ 3.5 เปอร์เซนต์ จะทำให้ผู้ฝากเงินมีรายได้เพิ่มขึ้น มีส่วนช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของระบบขึ้นมา กำลังซื้อจะเพิ่มขึ้น

5) สภาพคล่องที่มาอย่างผิดปกติ ก็อาจจะจากไปอย่างผิดปกติได้

5.1 สภาพคล่องที่เสียหายของประเทศไทย ทำให้ต้องลอยค่าเงินบาท ทำให้สถาบันการเงินและภาคการผลิตจริงล้มทั้งประเทศ และต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟมาแล้ว

เอกชน ใช้เวลา 30 - 40 ปีในการก่อร่างสร้างตัว แล้วล้มลง

ไม่มีใครรับผิดชอบ กับ สถาบันการเงินและภาคการผลิต ที่ล้มลงทั้งประเทศ นอกจากไม่รับผิดชอบแล้ว ยังตามมาทุบตีซ้ำเติม โดยยึดทรัพย์ของพวกเขามาขายทอดตลาด สร้างประเด็น "บริษัทภิบาลที่ดี" ขึ้นมาตบตา ประกอบการปฏิบัติงาน ก่อกรรมทำเข็ญกับเอกชนและประชาชน

ทำให้สังคม เข้าใจประเด็นของปัญหาเบี่ยงเบน หรือผิดทิศทาง

การเข้าใจปัญหาที่ผิดทิศทาง ทำให้การแก้ปัญหาผิดทิศทางด้วย

การแก้ปัญหาที่ผิดทิศทาง ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเอกชนและประชาชน คือความเสียหายของชาติ ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ เสียแล้วเสียเลย และจะเสียไปเรื่อยๆ ตลอดเวลา

ความเจริญที่มาใหม่ จะเป็นความเจริญจอมปลอมมากขึ้น รัฐและราชการจะเอารัดเอาเปรียบประเทศชาติประชาชนมากขึ้น เจริญแล้ว ก็จะเสียหายต่อ

5.2 สภาพคล่องท่วมประเทศ ทำให้ทักษิณสามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ 5.1 แสนล้านบาทหมด

5.3 สภาพคล่องท่วมประเทศ ทำให้อภิสิทธื์สามารถกู้เงิน 4+4 แสนล้านบาท (ซึ่งมากกว่ารัฐบาลทักษิณ)

5.4 เมื่อสภาพคล่องเสียหายอีก ประเทศไทยก็จะวนกลับไปที่ ข้อ 5.1 อีก

6) รัฐบาลทุกรัฐบาลก็ขาดวินัยทางการเงินการคลังมาโดยตลอด ประเทศไทยจึงเป็นประเทศไทยอย่างทุกวันนี้ เงินกู้ที่มากมาย จะก่อให้เกิดการสุรุ่ยสุร่ายในการใช้เงิน เช่น ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ขึ้นแล้วขึ้นอีก เงินเฟ้อจะสูงขึ้น ชาวบ้านเดือดร้อนเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

แม้ประเทศไม่มีเงิน ก็คอร์รัปชั่นแบบมหาโหด และหากมีเงินเพิ่มขึ้นมา 8 แสนล้าน ขนาดคอร์รัปชั่น จะเป็นอย่างไร

7) เมื่อประเทศไทยก็จะวนกลับไปที่ ข้อ 5.1 อีก หนี้สาธารณะก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 3.5 + 0.8 = 4.3 ล้านล้านบาทอีก ความเชื่อมั่นจะหายไปอีก ค่าเงินบาทจะเสียหายอีก ประเทศไทยจะจนลงอีก

8) ประเทศไทยผิดปกติมากขึ้น เงินหรือสภาพคล่องที่มีอยู่ไม่ใช่ของตนเอง ไม่ใช่สินทรัพย์ของประเทศตนเอง เป็นของ World Fund

ลองนึกหลักความจริง คนที่ไม่มีเงิน ไม่มีหลักประกัน(หนี้สาธารณะท่วมประเทศ) จะกู้เงินได้อย่างไร

หากไม่คิดที่จะยืนบนขาตนเอง ก็จะไม่มีทางยืนบนขาตนเองได้ แม้จะพบวัตถุเจริญขึ้น แต่ชาวบ้านจะเดือดร้อน โจร ขโมย ปล้น ฆ่า ประท้วง เดินขบวน ลักพาตัว จะมากขึ้น รวยกระจุก จนกระจาย ดีชั่วคราว เดือดร้อนตลอดกาล ดีของปลอม เดือดร้อนของจริง

9) ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้เกมส์ของ World Fund เขากำหนดกำหนดแนวทางให้ปฏิบัติ "ให้นำสภาพคล่องของเขามาใช้" เป็นไฟท์บังคับ จะทำให้มูลค่าของเงินทุนหรือสินทรัพย์พวกเขาสูงขึ้น ทำให้พวกเขามั่งคั่งขึ้นอีก

ตลาดทุน ตลาดเงินตรา จะขึ้นหรือลง ก็สร้างความมั่งคั่งให้ World Fund แต่อย่างเดียว ส่วนความมั่งคั่งหรือความอยู่ดีกินดีของเอกชนและคนท้องถิ่นเป็นของปลอม


นายกอภิสิทธิ์ พูดถึง "เศรษฐกิจพอเพียง" บ่อยครั้ง แล้วต่อมาก็พูดถึง "การกู้เงิน 8 แสนล้าน"

พิจารณาอย่างไร ..ก็พิจารณาไม่ออก

"เศรษฐกิจพอเพียง" คือ "กู้เงิน 8 แสนล้าน" หรือ? ..หรือ

"กู้เงิน 8 แสนล้าน" คือ "เศรษฐกิจพอเพียง" หรือ ?

เซียนเกาะขอบเวทีวิจารณ์..

เป็นไปได้ เป็นการชกที่แปลกประหลาด ชกไม่ตื่นเต้น ไม่สมศักดิ์ศรี ..แต่

ผู้ชม กลับถูกน๊อคทั้งสนามเสียเอง..

มวยคู่หยุดประเทศไทย ฯ อภิสิทธิ์ พบ อภิสิทธิ์
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/06/01/entry-1
(หากไม่ลิงค์ ให้ copy ไป paste ที่ address)
@@@
 
May 28 8:25 PM
 
ดอกเบี้ยเงินกู้ของเอกชนทั่วไปอยู่ที่ 7-8 เปอร์เซนต์ รัฐบาลอภิสิทธิ์คิดกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศไทยที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 3 เปอร์เซนต์ แล้วคนฝากเงินจะได้อะไร

ทุกวันนี้ช่วงกว้างระหว่างเงินฝากกับเงินกู้ (Spread) ประมาณ 5 เปอร์เซนต์ ทั้งคนฝากเงินและคนกู้เงินต่างเสียฐานะให้ธนาคารมากว่า 10 ปีแล้ว หากดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ 3

เปอร์เซนต์ ดอกเบี้ยเงินฝากของชาวบ้านก็จะต้องอยู่ที่ - 2 เปอร์เซนต์ (ลบ 2 เปอร์เซนต์) ชาวบ้านอาจจะต้องจ่ายค่าฝากเงินให้ธนาคาร
-
นายกรัฐมนตรีที่ใช้วาจาได้เก่ง มักอันตรายต่อประเทศ ไม่ว่าสมัคร สุนทรเวช หรือ ทักษิณ ชินวัตร
(มุสาได้เนียน)

อภิสิทธิ์ ทราบแต่ว่ามีสภาพคล่องในระบบ 2 ล้านล้านบาท แต่ไม่ทราบว่าสภาพคล่องของระบบมีความเป็นมาอย่างไร ต้นเหตุมาจากไหน
ลองดูที่ชาร์ต 2 และ 3 อีกครั้ง สภาพคล่องที่ท่วมท้น อาจจะหายวับไปกับตาได้ง่าย
ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นมหาศาลกับประเทศไทยอีก

เดินหน้าสร้างโครงการณ์ใหญ่
"หาเงินต้นทุนต่ำ" ไปแบ่งให้นายทุน เมกะโปรเจคท์
ฐานะผู้ฝากเงิน จะตกต่ำลงอีก ตกต่ำจากวิสัยทัศน์-ปรัชญา คุณธรรม-จริยธรรม ของผู้บริหารประเทศ
ตกต่ำจากสภาพคล่องมีผิดปกติ
ตกต่ำจากอัตราเงินเฟ้อสูง

พยายามจะดูนโยบาย
ประชาชนต้องมาก่อน
ดูอย่างไร ก็ดูไม่ออก

-
ความเป็นไปของดอกเบี้ย และสภาพคล่อง
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/05/29/entry-1

(หากไม่ link ให้ coppy ไปใส่ที่ address ครับ)
 
May 25 5:17 PM
 
เพิ่มอบายมุขให้ตลาด มากขึ้นไปอีก เปลี่ยนกระดาษเป็นเงินง่าย

"โกง" คนออกได้เงินง่ายๆ ..แค่อ้างอิง ราคาหุ้น 10 ตัว ไม่ต่างอะไรกับพิมพ์กระดาษกงเต็กออกมาขาย แต่ได้ราคาดีกว่ากระดาษกงเต็ก..

ไปกันใหญ่

คนเล่น เสี่ยงได้ เสี่ยงเสีย เอาเอง
 
May 25 9:36 AM
TO says:
 
สวัสดีครับพี่สุทธิพงษ์
พี่อ่านข่าวนี้แล้วคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ
ตลท จะไปกันใหญ่แล้วนะพี่ ผมยังไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้เพราะอะไร

หลักทรัพย์ SET
แหล่งข่าว SET
หัวข้อข่าว SET News :ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิ...
วันที่/เวลา 25 พ.ค. 2552 13:46:47

ฉบับที่ 53/2552
25 พฤษภาคม 2552

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) ก.ค. นี้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าเตรียมซื้อขายสินค้าใหม่ "ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์" หรือ
"Derivative Warrants" (DW) เดือนกรกฎาคมนี้ เชื่อมั่นแนวโน้มดีมีประโยชน์กับทั้งผู้ลงทุน
และโบรกเกอร์

นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย รองผู้จัดการ กลุ่มงานการตลาดและงานบริการหลังการซื้อขายหลักทรัพย์
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในเดือนกรกฎาคมนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนจะรับใบสำคัญ
แสดงสิทธิอนุพันธ์ หรือ Derivative Warrants (DW) เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่ง DW
จะเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ลงทุน เพราะเป็นตราสารที่อ้างอิงกับราคาหุ้น ใช้เงินลงทุนไม่มาก แต่สามารถ
สร้างอัตราผลตอบแทนได้สูงและยังจำกัดผลขาดทุนสูงสุดได้อีกด้วย

หุ้นอ้างอิงของ DW ที่จะซื้อขายในครั้งแรกนั้น จะเป็นหุ้น Top 10 ในกลุ่มดัชนี SET50 ซึ่งมีสภาพคล่อง
และมีขนาดใหญ่ DW จะมีอายุ 6 เดือน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้ DW ต้องมีผู้ดูแลสภาพคล่อง
(Market Maker) เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ในเวลาที่ต้องการ

"ปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์แสดงความสนใจเป็นผู้ออก DW แล้วประมาณ 3-4 ราย ได้แก่ บริษัท
หลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัท
หลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) โดย
ขณะนี้มีบริษัทหลักทรัพย์ที่ยื่นขอจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว 1 ราย ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ
ได้เตรียมการซื้อขาย DW ร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว และคาดว่า DW น่าจะเป็นสินค้า
ที่ได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนไทย เช่นเดียวกับการซื้อขาย DW ในตลาดแถบภูมิภาคนี้ซึ่งประสบ
ความสำเร็จอย่างมาก" นางสาวโสภาวดีกล่าว

DW ที่จะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นี้ มีลักษณะคล้ายกับใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant)
โดยเป็นตราสารที่ผู้ซื้อจะได้สิทธิในการซื้อหุ้นในราคาและจำนวนที่กำหนด แต่ต่างกันที่ผู้ออก DW ไม่ใช่
บริษัทจดทะเบียนเจ้าของหุ้น แต่เป็นบุคคลที่สาม เช่น บริษัทหลักทรัพย์ นอกจากนี้ เมื่อ DW ครบกำหนด
อายุ หากผู้ซื้อต้องการใช้สิทธิ ผู้ซื้อจะไม่ได้หุ้นจริง ๆ แต่ได้รับเงินจากผู้ออกเท่ากับส่วนต่างของราคาใช้
สิทธิกับราคาหุ้นหรือที่เรียกว่าการชำระเป็นเงินสด (Cash Settlement)

DW จะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยวิธีการซื้อขายและกฎเกณฑ์เช่นเดียวกันกับการซื้อขายหุ้น
อย่างไรก็ตาม การซื้อขาย DW นั้น ผู้ลงทุนจะต้องคำนึงถึงความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออก DW (Credit
Risk) เพิ่มเติม เนื่องจากการปฏิบัติตามภาระผูกพันของ DW เมื่อผู้ลงทุนมาใช้สิทธินั้น เป็นหน้าที่และ
ความรับผิดชอบของผู้ออก DW โดยตรง ตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้รับประกันการใช้สิทธิ ดังนั้น ผู้ลงทุนจึง
ควรศึกษาและติดตามข้อมูลฐานะการเงินของผู้ออก DW เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ มีฐานะ
การเงินดี และมีระบบบริหารความเสี่ยงที่ดี เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ออกจะสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้สิทธิ
ของ DW ได้ตามที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ผู้สนใจ และเผยแพร่
ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนใน DW ผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ www.set.or.th
และ Money Channel เป็นต้น
 
May 24 6:54 AM
 
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/05/24/entry-1

หากไม่ link ..copy ไป paste ที่ address
 
May 23 9:48 AM
TO says:
 
สวัสดีครับพี่สุทธิพงษ์
ผมเห็นราคา realtime น้ำมัน brent หยุดที่ 56.6 เหรียญมาหลายวัน ขณะที่ตอนนี้ nymex light ไปหยุดที่ 61.57 61.67
ไม่ทราบว่ามีอะไรผิดปรกติหรือครับพี่
 
 
Apr 8 8:04 PM
 
-
คนกลายเป็นหมา หมาขี้เรื้อนกลายเป็นคน
-

ประเทศไทย เสียหาย ไม่รู้ว่าจะเสียหายอย่างไรแล้ว

หวังพึ่งใครไม่ได้ ..แม้น้อยนิด

เข้าทางคนหนีคุกทุกทาง

อาย ไอ้ตูบ .. ! ! !

เข้าทาง คนหนีคุก ..ทุกทาง
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/04/08/entry-1
 
 
Apr 1 3:06 AM
 
ส่งข้อมูลตามจี้อภิสิทธิ์ ..ไปประชุม G20s ที่ลอนดอน


ปี 2008 ตลาดหุ้นโลกตกตลอดปี (ตกตั้งแต่ปลายปี 2007 แล้ว ถึงต้นปี 2009 ก็ยังไม่ฟื้น)

แต่ทุนสำรองฯโลก เพิ่ม 7.37 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (+10.68 เปอร์เซนต์)

ถามว่า ..ทุนสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้น ..มันเป็นเงินทุนของใคร ?

เงินท่วมโลก แต่โลกเดือดร้อนมากขึ้น

เป็นไปได้ว่า หากเหตุการณ์ยังเป็นอยู่เช่นนี้ ..ยิ่งเงินท่วมโลกมากเท่าใด ..โลกก็จะยิ่งเดือดร้อยเท่านั้น ..เป็นเรื่องที่ผิดปกติ

.........

http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/04/01/entry-1

@
 
Mar 24 2:44 AM
Twm says:
 
ยังเสียดายอยู่เลย เค้าชวนเล่น oil future ด้วย พอดีไม่ได้ซื้อ ไม่ว่างไปเปิดค่ะ
 
Mar 23 2:53 AM
Twm says:
 
gold future น่าเล่นมั้ยคะ
มีคนชวน แต่รู้สึกมันทะแม่งๆ

Select Language